Paste your Google Webmaster Tools verification code here
  • ยอมเสียเปรียบนิดๆ

    ยอมเสียเปรียบนิดๆ แต่ได้ใจคนมหาศาล

    ยอมเสียเปรียบนิดๆ แต่ได้ใจคนมหาศาล

    เวลาเราคบกับใคร…หรือทำงานร่วมกันกับใคร ?
    ถ้าเรา ยอมเสียเปรียบนิดๆ 
    ทุกคนจะมองว่า “เราเป็น คนดี ยุติธรรม คบง่าย ไม่เอาเปรียบใคร อยากร่วมงานด้วย !
    .
    เพราะคนส่วนใหญ่มักมีความคิดเข้าข้างตัวเองเสมอ เหมือนเวลาเราเห็นคนทะเลาะกัน เถียงกัน ถ้าฟังความทีละด้าน ทีละฝ่าย จะเหมือนได้ดูหนังคนละม้วน
    .
    เพราะคนทุกคนย่อมมีความคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการความยุติธรรม จะเหมือนกับว่า “เรากำลังเอาเปรียบคนอื่น”
    .
    แต่ถ้าเรา ยอมเสียเปรียบนิดๆ
    คนก็จะเห็นเราเป็นคนดี
    เป็นคนยุติธรรม คบง่าย ไม่เอาเปรียบใคร
    คนรอบข้างก็จะมี “ความสุข”
    .
    ลองย้อนมองกลับไปตอนที่เราเป็นเด็กในวัยเรียน เวลาครูสั่งให้ทำรายงานกลุ่ม เพื่อนบางคนจะอาสาไปทำรายงาน เข้าเล่ม ใส่ห่วง แล้วมาส่ง สุดท้ายเพื่อนทุกคนก็ได้คะแนนเท่ากัน แต่จุดที่สำคัญก็คือ ต่อไปถ้ามีการจับกลุ่มหรือทำกิจกรรมกลุ่มอะไร คนๆนี้จะมีแต่คนอยากชวนเข้ากลุ่ม อยากทำกิจกรรมด้วย
    .
    คำพูดที่ว่า “ไม่ชอบเอาเปรียบใคร และก็ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบเด็ดขาด”
    .
    แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมักพบว่า เรื่องไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบเด็ดขาด นี่เป็นเรื่องจริงตลอดกาล 
    แต่เรื่องไม่ชอบเอาเปรียบใครนี่ พอถึงเวลามีทางได้เปรียบ ส่วนใหญ่คนเราก็จะหาทางเอาเปรียบคนอื่นอยู่ร่ำไป นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี

    .
    ยอมเสียเปรียบนิดๆ เวลาเราอยู่ใกล้ใคร เราก็จะรู้สึกมีความสุข ไม่ใช่สุขแค่ตัวเรา แต่สามารถส่งความสุขไปรอบตัวได้ และก็จะสามารถรักษาธุรกิจ รักษาครอบครัว และสังคมของเราไว้ได้ในระยะยาว

    “ถ้าอยากได้น้ำใจจากใคร เราก็ควรมีน้ำใจให้เขาก่อน”
     ยอมเสียเปรียบนิดๆ แต่ได้ใจคนมหาศาล

    ขอให้เราทุกคนมีความสุข ไม่เอาเปรียบใคร แต่ ยอมเสียเปรียบนิดๆ
    แล้วเราจะเป็นคนหนึ่งที่ส่งมอบความสุข และความสำเร็จให้แก่ผู้คนได้ครับ
    .

    อย่าเห็นแก่ตัว อย่ากลัวเสียเปรียบ

    8 ข้อปฏิบัติเพื่อฝึกหาความสุข

    1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

    2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

    3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

    4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมากไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

    5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

    6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า “เรามาถูกทางแล้ว” แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

    7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

    8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น.

    มีความสุขมากมาย

    สิริศาสตร์ 0628796393

     

Comments are closed.