Paste your Google Webmaster Tools verification code here
  • การถูกปฎิเสธ เรื่องธรรมชาติของการทำ ธุรกิจเครือข่าย

    การปฎิเสธ ปฎิเสธ

    การถูกปฎิเสธ เรื่องธรรมชาติของการสร้าง ธุรกิจเครือข่าย

    ในการทำงานอะไร เราต้องรู้ธรรมชาติของงานนั้นๆ ว่าเราเหมาะกับงานนั้นหรือเปล่า ซึ่งธรรมชาติของการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่ต้องเจออยู่เสมอ คือ การถูกปฎิเสธ เช่น 

    • เป็นหมอ พยาบาล ก็ไม่ควรเป็นคนกลัวเลือด เพราะถ้าเป็นคนที่เห็นเลือดแล้วสลบ หรือ มือไม้อ่อน ก็คงยากที่จะช่วยเหลือคนไข้ได้  
    • ถ้าเป็นนักบิน ทหารอากาศ ก็ไม่ควรเป็นคนกลัวความสูง เพราะต้องขับเครื่องบิน
    • เป็นวิศวกร ก็ควรเป็นคนที่ชอบคำนวณ เก่งด้านเลข ฟิสิกส์  
    • เป็นสถาปนิก ก็ควรเป็นคนชอบ ออกแบบ มีหัวด้าน การดีไซน์ มีความคิดสร้างสรรค์
    • เป็น ทหาร ตำรวจ ก็อาจจะต้องมีการปะทะ กับ ข้าศึก หรือ คนที่ทำผิดกฎหมาย ก็ควรเป็นคนที่ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง 
    • ฯลฯ

    การถูกปฏิเสธ เป็นเรื่องธรรมดาในแวดวงธุรกิจ และยิ่งเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นไปอีกใน งานขาย และธุรกิจเครือข่าย ซึ่งเราจะต้องยอมรับธรรมชาติของคน ว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกันทางความคิด เพราะ สังคม การเรียนรู้ สภาพแวดล้อม ทัศนคติ ที่แตกต่างกัน คงเป็นไปไม่ได้ที่เราคิดแบบนี้ แล้วคนอื่นจะต้องคิดเหมือนกันกับเราทุกคน

    ซึ่งโดยปกติ คนส่วนใหญ่ก็คงไม่ค่อยอยากพบเจอคำปฎิเสธสักเท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะรู้สึกเหมือนถูกทำให้เป็นรอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้คนที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย หลายๆคน ประสบความล้มเหลว เพราะเมื่อถูกปฎิเสธบ่อยๆเข้า จนบางทีรู้สึก ขยาด ท้อ จนกลายเป็น โรคกลัวการถูกปฎิเสธ ไม่กล้าออกไปสปอนเซอร์คน ไม่กล้าออกไปทำงาน ก็ทำให้ล้มเหลวในการสร้างธุรกิจ

    เรามาลองดูว่า คำพูดที่พบบ่อยๆที่ใช้ในการปฎิเสธ ในการไม่ทำธุรกิจมีอะไรบ้าง

    • ไม่มีเวลา
    • พูดไม่เก่ง
    • กลัวทำไม่ได้
    • ไม่รู้จะไปชวนใคร
    • ไม่ชอบงานขายแบบนี้
    • เราคงไม่เหมาะกับธุรกิจนี้
    • สินค้าราคาสูง ไม่รู้ว่าจะดีจริงไหม ใครจะกล้าซื้อ
    • ไม่อยากเข้าประชุม อบรม สัมมนา
    • เห็นหลายคนทำแล้วก็ไม่เห็นสำเร็จ
    • ทำยาก น่าจะไม่เหมาะกับเรา
    • เคยทำแล้ว ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
    • มีคนมาชวนทำธุรกิจเครือข่ายหลายคน จะทำกับใครก็เกรงใจอีกคน
    • สำเร็จแล้วค่อยกลับมาชวนนะ
    • อยากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวมากกว่า เพราะเห็นหลายคนรวยจากการเป็นเจ้าของธุรกิจ
    • เลิกงานก็เหนื่อยแล้ว 
    • ฯลฯ

    เชื่อว่าใครหลายคน ก็คงเคยเจอ การถูกปฎิเสธ ด้วยคำพูดประมาณนี้ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งได้พูดไว้ว่า ยิ่งเราเจอคำปฎิเสธมากเท่าไหร่ เรายิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเท่านั้น และทุกครั้งที่เราเจอคำปฎิเสธ เราควรพัฒนาตัวเอง 

    ปฎิเสธ refuse

    จงอย่าตีความหมายว่าการถูกปฎิเสธคือความล้มเหลว ให้ตีความหมายแปลว่ายังมีบางสิ่งบางอย่างที่คุณต้องเรียนรู้เพื่ออัพเกรดตัวเอง

    เรามาดู วิธีรับมือกับการถูกปฎิเสธ เพื่อให้เราสามารถบรรเทาอาการถูกปฏิเสธให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ พอรับมือได้  และสามารถตอบข้อซักถามของผู้มุ่งหวังได้ ซึ่งใน ธุรกิจเครือข่าย ทั่วไปจะมีคอร์สที่เรียกว่า การตอบข้อโต้แย้ง 

    ยกตัวอย่างเช่น

    • ไม่มีเวลา  – เราอาจใช้ สมการชีวิต 20-40-5 และ 20-5-40 ในการเปรียบเทียบให้เห็นความสำคัญของการทำงานเครือข่าย ที่บอกว่า เรียน 20 ปี ทำงาน 40 ปี เพื่อที่จะเกษียณายุแล้วได้ใช้เงินอยู่ 5 ปี หรือ เลือกที่จะเรียน 20 ปี ทำงานสัก 5 ปี แล้วใช้ชีวิต เพราะเชื่อว่า เราคงไม่อยากทำงานทั้งชีวิต แต่อยากทำงานสักระยะ แล้วมีเงินเก็บ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
    • กลัวเสียเพื่อน กลัวโดนเพื่อนด่า – หลายคนบอกไม่อยากชวน เพื่อน ญาติสนิท เพราะกลัวเสียเพื่อน กลัวเพื่อนด่า กลัวเพื่อนไม่คบ คำตอบง่ายๆเลย ก็ไม่ต้องชวนเพื่อนสิ เพราะเดี๋ยวนี้ มีทั้งระบบการหาคนจากออนไลน์ จากการทักพูดคุยทั่วไป และวิธีอื่นๆอีกมากมาย
    • ไม่รู้ว่าจะชวนใคร – จริงๆถ้าเรารู้ว่า ธุรกิจเครือข่าย สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ ด้วยการลงทุนที่ต่ำ ไม่มีความเสี่ยง ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภ่าพ เราจะไม่รู้สึกว่า เราเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ซึ่งนั่นก็คือ การปรับทัศนคติของเรา และรู้ว่า สิ่งที่เราทำคือ การเปิดโอกาส ไม่ใช่ ทำเพราะอยากได้ ซึ่งการเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาศึกษา เรียนรู้นี้ อาจสามารถทำให้เขาได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงของเขาได้
    • พูดไม่เก่ง – หลายคนที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ ไม่ใช่คนพูดเก่ง หลายคนเป็นคนที่ฟังเก่ง สามารถเข้าใจ ปัญหา และความรู้สึก ของผู้มุ่งหวัง และตอบคำถามที่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยได้ดี หรือ ถ้ารู้จักคนที่พูดเก่ง เราก็สามารถชวนเขาเข้ามาทำด้วยกับเราได้ 
    • ไม่ชอบเข้าประชุม – คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่ชอบเรียนรู้ ใฝ่รู้ ซึ่งปกติในการที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพ เรายังต้องเข้าห้องเรียน ห้องบรรยาย เช่น ถ้าเป็นวิศวกร ก็ต้องเข้าเรียน ถึงจะจบออกมาเป็นวิศวกรได้ ในการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้ในธุรกิจเครือข่าย ก็จะมีในห้องประชุม หรือที่เรียกกันว่า ห้องบรรยาย ซึ่งถ้าเข้าห้องประชุมแล้วมีรายได้เดือนละเป็นแสน คิดว่าน่าเข้าไหมครับ
    • อยากเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า เพราะเห็นหลายคนร่ำรวยมากจากการทำธุรกิจ – ก็จริงครับ มีนักธุรกิจหลายคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวจากการเป็นธุรกิจเล็กๆ แล้วเติบโตขึ้น แต่ในยุคปัจจุบัน ก็มีความผันผวนมากขึ้นในการทำธุรกิจ เช่น การที่จีนลดค่าเงินหยวน ทำให้การส่งออกของเราก็ชะงักงัน วิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้ใครหลายคนขาดทุน ล้มละลาย เหตุระเบิดที่ราชประสงค์ ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง และมีหลายคนที่ลงทุนทำธุรกิจ แล้วขาดทุน เพราะในธุรกิจที่ต้องลงทุนสูง ก็มีความเสี่ยงสูงด้วย ในขณะที่ธุรกิจเครือข่าย ใช้เงินลงทุนน้อย แทบไม่มีความเสี่ยง แล้วถ้าเรามีรายได้อีกช่องทางหนึ่งไปด้วย จะดีกว่าไหม
    • กลัวทำไม่ได้ – ขอให้เชื่อว่า ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกคนเริ่มต้นมากจาก 0 เท่าเทียมกัน และไม่มีความเสี่ยงกับการลงทุนเพียงหลักพัน ในขณะที่ธุรกิจทั่วๆไป ลงทุนเป็นแสนเป็นล้าน หรืออาจยกตัวอย่าง นักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้ และสร้างรายได้ สามารถประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆอีกมากมาย
    • ฯลฯ 

    ซึ่งนักธุรกิจสามารถเรียนรู้การตอบข้อโต้แย้งได้ในคอร์สต่างๆของบริษัท แต่ไม่ว่าจะตอบได้ดีแค่ไหน ก็ยังอาจพบเจอ การถูกปฎิเสธ ได้เสมอ เพราะฉะนั้น บทเรียนใน ธุรกิจเครือข่าย จึงมักสอนเราเสมอว่า ไม่ต้องสนใจผลลัพธ์ในการทำงาน (ของการเปิดโอกาส หรือ Sponsor) 

    วิธีรับมือการปฎิเสธ

    5 วิธีรับมือกับการถูกปฎิเสธ

    1. ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความกลัวการถูกปฎิเสธเป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเอง 

    คุณอาจวาดภาพเสียจนมันน่ากลัว จริงๆแล้ว มันเป็นเรื่องของทางเลือกในชีวิตคน เป็นเรื่องความพร้อม ความเข้าใจ ความมั่นใจ ถ้าสิ่งที่เรานำเสนอเป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาของผู้มุ่งหวัง คุณพูดให้เขาเข้าใจและมั่นใจในสิ่งที่คุณนำเสนอ เขาก็มีโอกาสที่จะตอบรับสูง หากเป็นทางตรงกันข้าม เขาก็มีโอกาสในการปฎิเสธสูง 

    2. ต้องเข้าใจว่า งานการขาย ธุรกิจเครือข่าย ขายความคิด ขายไอเดีย เป็นเรืิ่องของสถิติ

    เราคงไม่สามารถขายให้คนทุกคนได้ หรือ ลองคิดง่ายๆ ถ้าเราขายแล้วไม่มีคนปฎิเสธเลย ป่านนี้เราคงกลายเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีกันหมดแล้ว ในธุรกิจนี้ อาจต้องเจอคำปฎิเสธบ้าง โดยเฉพาะในช่วงแรกๆของการทำธุรกิจ แต่เราสามารถพัฒนาความเก่งจนมีสถิติการตอบรับที่ดีขึ้นได้ 

    3. การปฎิเสธของผู้มุ่งหวัง ไม่ได้หมายถึงการปฎิเสธตัวคนขาย

    หลายคนรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เจอ การถูกปฎิเสธ จนรู้สึกว่าตัวเรา ไร้ค่า แท้ที่จริงแล้ว ตัวเรามีคุณค่าอยู่แล้ว เราจึงควรเคารพนับถือตัวเอง ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะบอกคุณอย่างไร ความรู้สึกดีต่อตัวเองต้องรักษาไว้ เพื่อให้มีพลังในการก้าวเดินต่อไป

    4. ต้องรู้จักตีความหมายของการถูกปฎิเสธ เปลี่ยนเป็นพลังให้คุณไปต่อได้

    อย่าตีความหมายของ การถูกปฎิเสธ ว่า เป็นความล้มเหลว หรือคิดว่า คุณไม่เหมาะกับงานนี้ ให้ตีความหมายว่า ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องศึกษาเรียนรู้เพื่ออัพเกรดตัวเอง มองว่าเป็นความท้าทายที่คุณต้องเอาชนะให้ได้ และเชื่อมั่นว่าเราจะต้องได้ดีกว่าที่ผ่านมาได้

    5. เรียนรู้ที่จะจดจ่อกับปัญหาที่เราสามารถควบคุมได้ และปล่อยวางปัญหาที่เราไม่สามารถควบคุมได้

    ในธุรกิจเครือข่าย ขายไอเดีย ขายมุมมอง ปัญหาที่เราสามารถควบคุมได้ ก็คือ ทัศนคติ ความรู้ ความสามารถ ทักษะ แรงปราถนา และอุปนิสัยของเรา ซึ่งเราสามารถเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถ และทักษะอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มแรงปราถนา และปรับเปลี่ยนอุปนิสัย ส่วนปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ คือ การปฎิเสธของผู้มุ่งหวัง ซึ่งเมื่อเราจดจ่อกับปัญหาที่ควบคุมได้มากขึ้น ปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้จะลดน้อยลง 

    ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นวิธีการแก้ความกลัวถูกปฎิเสธ หากใครมีความกลัวจนทำให้ไม่กล่้าออกไปสปอนเซอร์ หรือ ทำงานพื้นฐาน ขอให้อ่านทบทวนทำความเข้าใจและนำไปใช้ จะทำให้ความกลัวหายไปกลายเป็นความสำเร็จแทนครับ

     

     

    เครดิตข้อมูล : http://mblog.manager.co.th/kusoll/cxMLM-84/
    บทความของคุณ นพกฤษฎ์ นิธิเลิศวิจิตร  MD บริษัทซัคเซสมอร์

     

     

     

     

Comments are closed.